ชื่อต้นไม้ : นนทรี

  • ชื่อวิทยาศาสตร์

    Peltophorum pterocarpum
  • ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม

    Peltophorum pterocarpum (DC.) Backer ex K.Heyne
  • อาณาจักร

    Plantae
  • ไฟลัม/ดิวิชั่น

    Tracheophyta
  • ชั้น

    Magnoliopsida
  • อันดับ

    Fabales
  • วงศ์

    Fabaceae
  • สกุล

    Peltophorum
  • ชนิด

    Peltophorum pterocarpum

ชื่อสามัญไทย : นนทรี
ชื่อสามัญอังกฤษ : Copper pod, Yellow flame
ชื่อพ้อง : Peltophorum pterocarpum auct. non K.Heyne
ชื่อท้องถิ่น : กระถินแดง
ชื่อพ้อง : Baryxylum ferrugineum (Decne.) F.N.Williams, Baryxylum inerme Pierre, Brasilettia ferruginea (Decne.) Kuntze, Caesalpinia arborea Zoll., Caesalpinia arborea Zoll. ex Miq., Caesalpinia ferruginea Decne., Caesalpinia glenieii Thwaites, Caesalpinia inerme Roxb., Caesalpinia inermis Roxb., Caesalpinia kilaroe Span., Caesalpinia macklottii Zipp., Caesalpinia macklottii Zipp. ex Miq., Caesalpinia roxburghii D.Dietr., Inga pterocarpa DC., Peltophorum ferrugineum (Decne.) Benth., Peltophorum inerme (Roxb.) Naves, Peltophorum inerme Náves ex Fern.-Vill., Peltophorum inermis (Roxb.) Naves, Peltophorum inermis (Roxb.) Naves ex Fern.-Vill., Peltophorum pterocarpum (DC.) Backer, Peltophorum roxburghii (G.Don) O.Deg., Poinciana roxburghii G.Don
ชื่อท้องถิ่น : กระถินป่า กระถินแดง สารเงิน
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา : ลำต้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีลำต้นสูงประมาณ 15 – 30 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มรูปทรงกลม มีทรงพุ่มหนาทึบ และแตกกิ่งแขนงใหญ่ตั้งแต่ระดับล่างของลำต้น เปลือกลำต้นด้านนอกมีสีเทาอมน้ำตาล เปลือกด้านในมีสีแดงเรื่อ เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมสีดำ เปลือกหนา และแข็ง เปลือกแตกเป็นร่องลึกตามแนวยาวของลำต้น กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปก กิ่งแก่เรียบ ไม่มีขนปกคลุม กิ่งค่อนข้างเปราะ และหักง่าย ส่วนเนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมแดงใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ชนิดใบคู่ (ใบสุดท้ายมี 2 ใบ) ประกอบด้วยก้านใบหลักชั้นที่ 1 ที่แตกออกมาบริเวณปลายกิ่ง ยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร แต่ละก้านใบหลักมีก้านใบหลักชั้นที่ 2 เรียงกันเป็นคู่ๆตรงข้ามกัน 10-15 คู่ แต่ละก้านใบหลักชั้นที่ 2 ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร และก้านใบด้านล่างมีขนสีน้ำตาลอมแดงปกคลุม ซึ่งบนก้านใบหลักชั้นที่ 2 ประกอบด้วยใบย่อยเรียงกันเป็นคู่ๆตรงข้ามกัน 10-18 คู่ ใบย่อยมีก้านใบสั้น แผ่นใบย่อยมีรูปขอบขนาน ขนาดใบกว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ฐานใบ และปลายใบมน แต่เว้าตรงกลางของปลายใบเล็กน้อย แผ่นใบค่อนข้างแข็ง และเปราะหักง่าย แผ่นใบ และขอบใบเรียบ แผ่นใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ส่วนแผ่นใบด้านล่างมีสีเขียวซีด และมีขนสีน้ำตาลอมแดงเล็กน้อยดอก นนทรีออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายยอด ประกอบด้วยก้านช่อดอกหลัก และแตกก้านช่อดอกแขนงออกโดยรอบ ก้านช่อดอกหลักยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร และแตกก้านช่อดอกแขนง กว้างประมาณ 15-20 เซนติเมตร แต่ละก้านช่อดอกแขนงจะประกอบด้วยดอกย่อยที่เรียงซ้อนกัน 15-30 ดอก ดอกย่อยอ่อนหรือดอกตูมมีลักษณะทรงกลม ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ประกอบด้วยกลีบเลี้ยงสีน้ำตาล จำนวน 5 กลีบ ห่อหุ้มกลีบดอกไว้ ดอกเมื่อบานจะแผ่กลีบดอกออก จำนวน 5 กลีบ กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร แผ่นกลีบดอกมีสีเหลืองสด แผ่นกลีบ และขอบกลีบโค้งเว้าเป็นลูกคลื่นหรือย่น โคนกลีบดอกมีขนสีน้ำตาลอมแดงเล็กน้อยปกคลุม ถัดมาด้านในเป็นเกสรตัวผู้ จำนวน 10 อัน ส่วนเกสรตัวเมียมี 1 อัน มีปลายเกสรเป็นก้อนสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นรังไข่ที่ติดกับฐานดอกผล เรียกเป็นฝัก ฝักมีรูปหอก แผ่นฝักแบน และเป็นขอด 1-8 ขอด ขนาดฝักกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร โคนฝักสอบแคบ ปลายฝักแหลมเป็นติ่ง เปลือกฝักบาง แต่เหนียว และแข็ง ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง โดยจะเริ่มสีบริเวณขอดของฝักก่อน จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดงจนทั่วฝัก ภายในฝักมีเมล็ด 1-8 เมล็ด ตามจำนวนของขอดบนฝักเมล็ด มีลักษณะแบน ขอบเมล็ดลีบแหลม เปลือกเมล็ดมีสีน้ำตาลอมแดง เปลือกค่อนข้างบาง แต่แข็ง
ถิ่นที่อยู่อาศัย : อินเดีย และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ระบบนิเวศ : ในประเทศไทยพบได้ทั่วไปตามชายป่าเต็งรัง หรือป่าเบญจพรรณในภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคเหนือ ซึ่งพบได้ในระดับ 10 – 300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
รายละเอียดอื่นๆของสิ่งมีชีวิต : ในอินโดนีเซียเปลือกใช้ย้อมผ้าบาติก
ลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.gbif.org/species/2952775
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา : ลำต้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีลำต้นสูงประมาณ 15 – 30 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มรูปทรงกลม มีทรงพุ่มหนาทึบ และแตกกิ่งแขนงใหญ่ตั้งแต่ระดับล่างของลำต้น เปลือกลำต้นด้านนอกมีสีเทาอมน้ำตาล เปลือกด้านในมีสีแดงเรื่อ เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมสีดำ เปลือกหนา และแข็ง เปลือกแตกเป็นร่องลึกตามแนวยาวของลำต้น กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปก กิ่งแก่เรียบ ไม่มีขนปกคลุม กิ่งค่อนข้างเปราะ และหักง่าย ส่วนเนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมแดง ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ชนิดใบคู่ (ใบสุดท้ายมี 2 ใบ) ประกอบด้วยก้านใบหลักชั้นที่ 1 ที่แตกออกมาบริเวณปลายกิ่ง ยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร แต่ละก้านใบหลักมีก้านใบหลักชั้นที่ 2 เรียงกันเป็นคู่ๆตรงข้ามกัน 10-15 คู่ แต่ละก้านใบหลักชั้นที่ 2 ยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร และก้านใบด้านล่างมีขนสีน้ำตาลอมแดงปกคลุม ซึ่งบนก้านใบหลักชั้นที่ 2 ประกอบด้วยใบย่อยเรียงกันเป็นคู่ๆตรงข้ามกัน 10-18 คู่ ใบย่อยมีก้านใบสั้น แผ่นใบย่อยมีรูปขอบขนาน ขนาดใบกว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ฐานใบ และปลายใบมน แต่เว้าตรงกลางของปลายใบเล็กน้อย แผ่นใบค่อนข้างแข็ง และเปราะหักง่าย แผ่นใบ และขอบใบเรียบ แผ่นใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ส่วนแผ่นใบด้านล่างมีสีเขียวซีด และมีขนสีน้ำตาลอมแดงเล็กน้อย ดอก นนทรีออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายยอด ประกอบด้วยก้านช่อดอกหลัก และแตกก้านช่อดอกแขนงออกโดยรอบ ก้านช่อดอกหลักยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร และแตกก้านช่อดอกแขนง กว้างประมาณ 15-20 เซนติเมตร แต่ละก้านช่อดอกแขนงจะประกอบด้วยดอกย่อยที่เรียงซ้อนกัน 15-30 ดอก ดอกย่อยอ่อนหรือดอกตูมมีลักษณะทรงกลม ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร ประกอบด้วยกลีบเลี้ยงสีน้ำตาล จำนวน 5 กลีบ ห่อหุ้มกลีบดอกไว้ ดอกเมื่อบานจะแผ่กลีบดอกออก จำนวน 5 กลีบ กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร แผ่นกลีบดอกมีสีเหลืองสด แผ่นกลีบ และขอบกลีบโค้งเว้าเป็นลูกคลื่นหรือย่น โคนกลีบดอกมีขนสีน้ำตาลอมแดงเล็กน้อยปกคลุม ถัดมาด้านในเป็นเกสรตัวผู้ จำนวน 10 อัน ส่วนเกสรตัวเมียมี 1 อัน มีปลายเกสรเป็นก้อนสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นรังไข่ที่ติดกับฐานดอก ผล เรียกเป็นฝัก ฝักมีรูปหอก แผ่นฝักแบน และเป็นขอด 1-8 ขอด ขนาดฝักกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร โคนฝักสอบแคบ ปลายฝักแหลมเป็นติ่ง เปลือกฝักบาง แต่เหนียว และแข็ง ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง โดยจะเริ่มสีบริเวณขอดของฝักก่อน จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดงจนทั่วฝัก ภายในฝักมีเมล็ด 1-8 เมล็ด ตามจำนวนของขอดบนฝัก เมล็ด มีลักษณะแบน ขอบเมล็ดลีบแหลม เปลือกเมล็ดมีสีน้ำตาลอมแดง เปลือกค่อนข้างบาง แต่แข็ง
ชื่อสามัญอังกฤษ : Copper pod, Yellow flame, Golden flamboyante, Yellow flametree, Golden-flamboyant, Yellow poinciana

ลำดับ ประเภทการใช้ประโยชน์ ความเกี่ยวข้อง คำสำคัญ รายละเอียดการใช้ประโยชน์
1 09 : อื่น ๆ ระบุ - : - - ต้นนนทรีแตกกิ่งแขนงจำนวนมาก แลดูเป็นทรงพุ่มหนา ช่วยให้เป็นร่มเงาบังแดดได้ดี จึงนิยมปลูกไว้ในสถานที่ราชการต่างๆ อาทิ ตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย วัดวาอาราม และที่ราชการ เป็นต้น - นอกจากปลูกเพื่อให้ร่มเงาแล้ว นนทรีถือเป็นไม้ประดับอีกชนิด เพราะออกดอกดก ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ดอกมีสีเหลืองสวยงาม
2 04 : เครื่องเรือน เครื่องใช้อื่น ๆ - : - ต้นนนทรีมีแก่นหรือเนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอมชมพูหรือน้ำตาลอมแดงเรื่อ จึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมถึงใช้งานงานก่อสร้าง อาทิ ไม้ปูพื้น ไม้ฝ้าเพดาน ไม้วงกบ เป็นต้น
3 09 : อื่น ๆ ระบุ - : - เปลือกลำต้นใช้ต้มย้อมผ้า ให้ผ้าสีส้มอมชมพูหรือน้ำตาลอมชมพู

อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล

อยู่ระหว่างการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล

สรุปรายการสำรวจ

  • อายุที่สำรวจ เฉลี่ย

    52.73 ปี
  • ต้นอายุมากที่สุด

    59.00 ปี
  • ต้นอายุน้อยที่สุด

    4.00 ปี
  • ตันสูงที่สุด

    27.00 เมตร
  • ตันเตี้ยที่สุด

    2.80 เมตร
  • ตันใหญ่ที่สุด (พื้นที่หน้าตัด)
    (ตารางเซนติเมตร)

    7,707.71
  • จำนวนที่พบ

    282 ต้น

ภาพประกอบสิ่งมีชีวิต

ต้น

เปลือก

ต้น

เปลือก

ต้น

เปลือก

more...